Nattiporn’ s Diary

 

 

Osaka ข้ามาแว้ววววว.....

Posted on Fri 22 Jul 2011 16:58

จันทร์  ​7 กุมภาพันธ์ 2554

ตอนนี้มาอยู่ที่ญี่ปุ่นแล้ว มาถึงตั้งแต่เช้าวันที่ 2 ไม่ได้อัพเดทอะไรเลยเพราะไม่มีคอมพ์

เราเช็คเมลล์จากไอพอด วันนี้น้องคนไทยที่มาด้วยกันทำงานเสร็จเร็วก็เลยยืมคอมพ์น้องอัพได อิอิ

เมืองที่เราอยู่คือ Hyogo ไม่ใช่โอซาก้าซึ่งเราก็เข้าใจผิดมาตั้งนานว่าโอซาก้า 555



ยูคาโกะ เช่าอพาร์ตเม้นท์ให้เราอยู่ซึ่งมีสองห้องนอน มีครัว และ หนึ่งห้องน้ำ

เจ้าของอพาร์ตเม้นท์คือตากล้องในโปรเจคที่พวกเราทำนั่นเอง

อพาร์ตเม้นท์มี wifi มี โคทัตซึ วัน ๆ หนาวจนแทบไม่อยากจะลุกไปไหนอยากจะนอน

อยู่ใต้โคทัตซึทั้งวัน  และคืนนี้ที่อัพไดอากาศอยู่ที่ 8องศา และจากพยากรณ์อากาศ

วันต่อ ๆ ไปจะลดลงเรื่อย ๆ และประมาณปลายสัปดาห์จะมีฝนตกด้วย บรื้อสสสส สยองหล่ะ




Osaka ข้ามาแว้ววววว
โคทัตซึที่รัก ผู้ทำลายความขยันเสียจนหมดสิ้น




Osaka ข้ามาแว้ววววว
ตั๋วรถไฟ Hunkyo จากบ้านไปโรงละคร แค่สถานีเดียวใช้เวลา 2 นาที
แต่ถ้าเดินใช้เวลา 30 นาทีเพื่อเป็นการประหยัดพวกเราเลือกเดิน


ตอนนี้พวกเราเริ่มซ้อมการแสดงมาได้ประมาณ 3 วันแล้ว เหนื่อยสุด ๆ 

เพราะว่าใกล้เวลาแสดงแล้วจึงต้องซ้อมหนักหน่อย เที่ยงจนถึง สี่ทุ่มและอาทิตย์หน้า

จะปรับเวลาเป็นเก้าโมงเช้าถึงสี่ทุ่ม



Osaka ข้ามาแว้ววววว
ก่อนนอนถ้าได้รับแอลล์กอฮอร์จะทำให้หลับสบายมากขึ้น ??



Setsubun matsuri
3 Feb 2011

ถือว่าเป็นโชคดีของเรามาก ๆ ที่มาได้จังหวะเทศกาลปาถั่วของญี่ปุ่นพอดี

ซึ่งจะตรงกับวันที่ 3 กุมภาพันธ์ของทุกปี พวกเราตื่นเต้นกันมาก คุณญี่ปุ่นก็ใช่ย่อย

จัดเต็มให้พวกเราทั้งถั่ว ทั้งหน้ากาก ทั้งซูชิ สนุกมากกกกก


Osaka ข้ามาแว้ววววว
หน้ากากปีศาจจะต้องมีคนใส่ และที่เหลือจะเป็นคนปาถั่วใส่ปีศาจ


Setsubun หรือเทศกาลปาถั่วของชาวญี่ปุ่นเชื่อว่าเป็นการโยนสิ่งไม่ดีออกไป

และรับสิ่งที่ดี ๆ เข้ามาในชีวิต ซึ่งเราจะกินซูชิโดยหันหน้าไปทางทิศใต้โดยห้ามส่งเสียงดัง

จนกระทั้งเราซูชิหมดทั้งชิ้น (ขั้นตอนนี้ทรมานตรงขำเน่ียแหละ)

แล้วเราก็กินถั่วตามจำนวนอายุบวกไปอีก 1 เม็ดเช่น ถ้าอายุ 20 ก็ให้กิน 21 เม็ดประมาณนี้

กินเสร็จแล้วเราก็ออกไปปาถั่วกัน โดยใช้วิธีสากลในการเลือกคนใส่หน้ากากปีศาจคือ เป่ายิงฉุบ

ตอนปาถั่วให้พูดว่า "โอนิ วะ โซโตะ  ฟูกุ วะ อุจิ" แปลว่าความชั่วร้ายจงออกไป

สิ่งดี ๆ จงเข้ามา (ประมาณนี้นะคะ 555)



Osaka ข้ามาแว้ววววว
สังเกตดี ๆ จะเห็นว่าซูชิใหญ่มาก นั้นเป็นสาเหตุว่าทำไมพวกเราถึงขำ เพราะมันใหญ่มากนั้นเอง


กว่าจะปาถั่วเสร็จพวกเราก็นั่งซดเบียร์กันต่อจนดึกเลย ไม่ได้แคร์อากาศหนาว ๆ สักนิด

พรุ่งนี้ต้องตื่นมาซ้อมแต่เช้าอีก วันมะรืนพวกเราได้หยุด 1 วันจะไปเที่ยวในเมืองโอซาก้า

(เมืองที่เราอยู่เงียบมากกกกก) แต่จะอัพไดในหน้าเดียวกันนี้แหละ ขอยำ ๆ แล้วกันเพราะว่า

ไม่มีเวลาเขียนไดเลย แล้วอีกอย่างอุปกรณ์ก็ไม่ค่อยอำนวยด้วย เอ่อ...ไปโอซาก้าดีกว่า 555





Osaka sightseeing


พวกเราออกจากบ้านตอน 10 โมงเช้าเดินทางโดยรถไฟ Hunkyo ไปสถานีโอซาก้า

ใช้เวลาเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงก็ถึงตัวเมืองโอซาก้า (เรียกซะบ้านนอกเลย)


Osaka ข้ามาแว้ววววว
Hunkyo พาพวกเราเข้าเมือง


Osaka ข้ามาแว้ววววว
สวัสดีโอซาก้า ข้ามาแว้วววววว......


Osaka ข้ามาแว้ววววว
ตึกสูงระฟ้า



ที่แรกที่เราไปคือ National Museum Osaka เดินจากสถานีโอซาก้าประมาณ 30 นาทีก็ถึง

เราใช้เวลาอยู่ที่นี่ประมาณ 3 ชั่วโมงเดินดูงานศิลปะ 

และข้าง ๆ พิพิธภัณฑ์ศิละนี้ก็ยังมีพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์สำหรับเด็กด้วย

เรียกว่าถ้ามาเป็นครอบครัวก็ใช้เวลาด้วยกันทั้งวันที่นี่ได้เลย


Osaka ข้ามาแว้ววววว
พิพิธภัณฑ์สำหรับผู้ใหญ่


ออกจากมิวเซียมเราเดินกลับไปที่สถานีโอซาก้าเพราะยูคาโกะจะมาแตะมือเป็นไกด์ช่วงบ่าย

เพราะไกด์ช่วงเช้า (ริกะ)ต้องกลับไปทำงานต่อที่โรงละคร จึงดูแลเราได้แค่ช่วงเช้าเท่านั้น


ยูคาโกะพาเราไปโอซาก้า พาเลซ เราต้องนั่งรถไฟไปลงที่สถานี โอซาก้าโจโคเอน


Osaka ข้ามาแว้ววววว
Osakajokoen


พวกเรามาถึงวังก็ใกล้เวลาปิดแล้ว จึงไม่ได้ซื้อตั๋วเข้าไปดูด้านในได้แต่ถ่ายรูปด้านนอก

แต่ถึงถ่ายแค่ด้านนอกก็ยังสวยมาก ๆ มีต้นซากุระรอบ ๆ วัง ซึ่งกำลังจะออกดอก

ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าถึงหน้าซากุระแล้ววังจะสวยขนาดไหน


Osaka ข้ามาแว้ววววว
ถ่ายกับวัง

Osaka ข้ามาแว้ววววว
หน้าใหญ่ใกล้ ๆ วัง


Osaka ข้ามาแว้ววววว
ยูคาโกะ อิปรู พี่กิ๊ก



Osaka ข้ามาแว้ววววว
มุมยอดฮิตนะ



Osaka ข้ามาแว้ววววว
เอาหน้ากะวังไปก่อนแล้วกันเนอะ


Osaka ข้ามาแว้ววววว
ดอกบ๊วยในสวนสาธารณะกำลังบาน อีกไม่นานคงสะพรั่งเต็มต้นและเต็มสวน



ถ่ายรูปเสร็จพอหอมปากหอมคอเราก็เดินกันต่อกลับไปที่สถานีโอซาก้า ไปดูแสงสีกันต่อ

จะบอกว่าอากาศหนาวมาก เราไม่เคยใส่ถุงมือเลยตั้งแต่มาญี่ปุ่นนี่ แต่คืนนี้ไม่ไหวจริง ๆ 



เดินเข้าไปในร้านยูนิโกล่ได้เสื้อเชิ๊ตราคาถูกมากกก (500 Yen) มาหนึ่งตัวถ้าไม่รีบออกมา

คิดว่าต้องได้เสื้อตัวที่สองแน่ ๆ เดินเข้าไปในห้างอะไรจำชื่อไม่ได้อยู่แถว ๆ คิตะ

แล้วซึ่งบนดาดฟ้ามีชิงช้าสวรรค์ยักษ์สีแดงอยู่ เราก็อยากจะลองขึ้นดูนะ แต่ก็คิดว่ามันต้องแพงแน่ ๆ 

สักพักนึงยูคาโกะเดินหายไปพวกเราก็พยายามเดินหาว่าไปไหน ไม่นานชีเดินกลับมาพร้อมตั๋ว

สำหรับนั่งชิงช้าสวรรค์ 3 ใบ โอ้วววพระเจ้ามันยอดมาก ชีบอกว่ารุ่นพี่ทำงานอยู่ในนี้เลยโทรไป

ขอบัตรฟรีปรากฏว่าได้มา พวกเราดีใจมาก แต่ขอบอกว่าก็แอบเสียว ๆ นะถึงสวยก็จริง

แต่มันหวิว ๆ มากกว่า พอมันหมุนได้ครบรอบเราโคตรดีใจเลยจะได้ลงแล้ว 555





Osaka ข้ามาแว้ววววว
ชิงช้าสวรรค์ยักษ์สีแดง เห็นโอซาก้าเกือบทั้งเมือง


วันนี้กลับมาถึงบ้านประมาณสี่ทุ่มเหนื่อยมาก จะหลับบนรถไฟก็ไม่ได้(เพราะไม่มีที่นั่ง)

แถมยังมีลุงขี้เมาเดินเซ ๆ มาใกล้ ๆ พวกเราด้วยเค้าเมามันไม่ค่อยเท่าไหร่ แต่พูดคนเดียวนี่ดิ

มันไม่น่าเข้าใกล้เอาซะเลย  



กลับมาถึงบ้านกะว่าจะโหลดรูปลงเฟสบุคซะหน่อยปรากฎเน็ตใช้ไม่ได้ซะงั้น อ่ะ ทนรอ

กะว่าจะได้นอนเร็วที่ไหนได้นั่งเล่นเกมส์จนดึก แต่ไม่เป็นไรพรุ่งนี้ตื่นสายได้เพราะมีซ้อมตอนบ่าย

ตอนเช้ากะว่าจะไป Aeon Mall ไปเดินดูเครื่องสำอางค์อยากได้พวกโลชั่นของชิเซโด้(ซื้อหรือไม่ซื้อเอาไว้ก่อน)


ขอจบไดหน้านี้ดื้อ ๆ แล้วกันนะ ง่วงมาก

ขอตัวไปนอนหละ มีโอกาสจะมาอัพใหม่นะ 






     Share

<< ^^Souvenir ^^ >>

 

 

  

 
Osaka ข้ามาแว้ววววว.....
^^Souvenir ^^
Visa ด่านที่ต้องผ่าน ^*^ My visa I got it!!
คืนเมา ๆ ของเหล่ากระต่าย
โปสเตอร์ Melody Cup
ชิว ๆ กับหนังหลังปีใหม่^^ Good movie with my self

 

 

memyself

 

Name :
Email :
URL :
Comment :
กรอกข้อมูลก่อนส่ง CAPTCHA Image
Refresh